"เครือข่ายเสียงจากป่า" ยื่นศาลปกครอง จี้ตรวจสอบประมงฯ
ปมกำกับนำเข้า–ส่งออก ปลาหมอคางดำ
วันที่ 7 ก.ย.2569 นายชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า องค์กรภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรมประมงและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการกำกับดูแลและตรวจสอบการนำเข้า–ส่งออกปลาหมอคางดำ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
( รูป ชัยภัฏ ยื่นศาลปกครอง )
การยื่นคำร้องครั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่เครือข่ายฯ ต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเส้นทางการส่งออกปลาหมอคางดำ จากประเทศไทยในช่วงปี 2556–2559 หลังพบข้อมูลการส่งออกโดยบริษัทปลาสวยงาม 11 บริษัท รวมกว่า 320,000 ตัว จำนวน 222 ครั้ง ก่อนมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในปี 2560
นายชัยภัฏ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสังคมให้ความสนใจอย่างมากกับคำถามว่า ปลาหมอคางดำเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร แต่เครือข่ายฯ เห็นว่าอีกเส้นทางหนึ่งที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจังคือ “เส้นทางการส่งออก” ว่าปลาหมอคางดำที่ถูกส่งออกจากประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวมีต้นทางมาจากที่ใด ใครเป็นผู้เพาะเลี้ยงหรือครอบครอง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาได้หรือไม่ ข้อมูลที่เครือข่ายฯ นำมาประกอบการยื่นคำร้องระบุว่า เอกสารการส่งออกในช่วงเวลาดังกล่าวมีการระบุชื่อสามัญ Blackchin tilapia และชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron แต่ไม่มีข้อมูลต้นทางหรือแหล่งที่มาของปลาอย่างชัดเจน จึงเกิดคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบย้อนกลับในขณะนั้น
นอกจากนี้ นายชัยภัฏ ยังได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คเสียงจากป่าด้วยว่า "ปฐมบทของการทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติวันนี้ตัดสินใจฟ้องศาลปกครองเกี่ยวกับหน่วย งานราชการหนึ่ง ที่ มีหน้าที่ควบคุม กำกับ จับกุม ตรวจสอบและออกใบอนุญาตที่ต้องระมัดระวังรอบคอบ แต่วันนี้เอเลี่ยนสปีชีส์เต็มบ้านเต็มเมือง เต็มตลาดมีการซื้อขายกันโจ่งแจ้งตราบจนถึงวันนี้"
"วันนี้ สัตว์ต่างถิ่น เริ่มลุกลามลงไปในแหล่งธรรมชาติ แล้วอาจจะเป็นความเสียหาย ต่อระบบนิเวศ เช่นเดียวกับการระบาดของปลาหมอคางดำเอเลี่ยนดังที่เป็นมา...สิ่งที่น่าสนใจ คือมีการออกเอกสาร บิดเบือนข้อเท็จจริง ปกป้องตัวการที่มีมีแนวโน้มมีโอกาส มีหลักฐาน ที่น่าจะเป็นผู้ก่อเหตุหลักๆ ....ข้าราชการที่ดีมีเยอะ แต่ข้าราชการที่ไม่ดีก็มีมาก คนไทยต้องช่วยกัน .... สถานีหน้า คณะกรรมการปราบปรามทุจริตและคอรัปชั่นแห่งชาติ ปปช."
( รูปปลาหมอคางดำ )
ทั้งนี้ จากหลักฐานของกรมประมง พบว่ามีรายชื่อผู้ส่งออกปลา ที่ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Blackchin Tilapia ปลานิลคางดำ หรือ ปลาหมอคางดำ อยู่จำนวน 11 บริษัท ในช่วงปี 2556-2559 ก่อนจะพบการระบาดอย่างหนักเพียงไม่นาน
โดย 11 บริษัทนี้ ประกอบด้วย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฉาง ซิน เอ็นเตอร์ไพร์ ส่งออกมากที่สุดถึง 162,000 ตัว ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซีฟู้ดส์ อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต ส่งออก 30,000 ตัว บริษัท นิว วาไรตี้ ส่งออก 29,000 ตัว บริษัท พี.แอนด์.พี อควาเรี่ยม เวิลด์ เทรดดิ้ง 3,638 ตัว บริษัท ไทย เฉียน หวู่ 2,900 ตัว
ส่วนอีก 6 บริษัท คือ บริษัท แอดวานซ์ อควาติก จำกัด, บริษัท เอเชีย อะควาติคส์ จำกัด, บริษัท หมีขาว จำกัด, บริษัท สยาม ออร์นาเมนทอล ฟิช จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด วี อควอเรียม และห้างหุ้นส่วนจำกัด สมิตรา อแควเรี่ยม ส่งออกแห่งละ 100-900 ตัวต่อราย โดยไปยัง 17 ประเทศ ที่มีผู้นิยมเลี้ยงปลาแปลก ปลาสวยงาม รวม 320,000 ตัว มูลค่าส่งออกรวม กว่าหนึ่งล้านห้าแสนบาท
ต่อมาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ได้เรียก 11 บริษัท รวมทั้งกรมประมง เข้ามาสอบถาม โดยทั้งหมดที่มาให้การพูดตรงกันว่า เกิดจากการกรอกชื่อผิดมาตลอด 4 ปี และปลาที่ส่งออกไปนั้น คือ ปลาหมอเทศข้างลาย ไม่ใช่ปลาหมอคางดำที่เป็นข่าว ซึ่งต่างก็โยนความผิดไปให้ ชิปปิ้ง ผู้มีหน้าที่ดำเนินการส่งออก ซึ่งเหมือนเป็นการ"ตัดตอน"
ส่วนบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัด ฉาง ซิน เอ็นเตอร์ไพร์ ส่งออกมากที่สุดถึง 162,000 ตัว กลับมิได้เข้าให้ข้อมูลแต่อย่างใด โดยอ้างว่าเลิกดำเนินกิจการไปแล้ว แต่เมื่อมีการโทรไปยังเบอร์เดิมเพื่อสั่งซื้อปลา ปลายสายแจ้งว่า"ยังคงขายอยู่" ทำให้สงสัยได้ว่าอาจตั้งใจหลบเลี่ยงอำพรางเพื่อปิดบังข้อมูลสำคัญ
ซึ่งขัดแย้งกับงานวิจัยเปรียบเทียบ DNA ที่ทำโดยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ที่ตีพิมพ์อยู่บนวารสารระดับสากลที่ยืนยันว่า ปลาหมอคางดำที่พบอยู่ในประเทศไทย ถูกนำเข้ามาหลายครั้ง" เนื่องจากพบความหลากหลายของพันธุกรรมที่ชัดเจน ถึง 19 รหัสพันธุกรรม และยังตรงกับผลการวิจัยของกรมประมง 2 ครั้งก่อนหน้าด้วยที่ว่า มีความแตกต่างกันของ DNA
จากการออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเส้นทางการส่งออกปลาหมอคางดำครั้งนี้ เปรียบเหมือนการต่อ"จิ๊กซอว์"ที่ขาดหายไป ที่อาจนำไปสู่"ตัวละครลับ" คนที่แอบลักลอบนำปลาต่างถิ่นชนิดนี้เข้ามาเพาะพันธุ์ขาย ในช่วงที่ปลาหมอสีและปลาแปลกกำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศก็ได้
#ปลาหมอคางดำ
////



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น